ทางเดินปัสสาวะ ปัญหาสุขภาพชายที่ไม่ควรมองข้าม
- vip vip89
- 7 ก.ค.
- ยาว 1 นาที
ระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นส่วนสำคัญของร่างกายที่มีหน้าที่ในการขับของเสียออกจากเลือดในรูปของปัสสาวะ แม้จะดูเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่เมื่อไหร่ที่ระบบนี้เริ่มมีปัญหา ก็อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อคุณภาพชีวิตของผู้ชายได้เลยทีเดียว การทำความเข้าใจและใส่ใจสัญญาณเตือนต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ระบบทางเดินปัสสาวะประกอบด้วยอะไรบ้าง?
ระบบทางเดินปัสสาวะของผู้ชายประกอบด้วย
ไต (Kidneys) ทำหน้าที่กรองของเสียและน้ำส่วนเกินออกจากเลือดเพื่อผลิตปัสสาวะ
ท่อไต (Ureters): ท่อเล็กๆ ที่นำปัสสาวะจากไตลงสู่กระเพาะปัสสาวะ
กระเพาะปัสสาวะ (Bladder) ถุงเก็บปัสสาวะก่อนที่จะถูกขับออกจากร่างกาย
ท่อปัสสาวะ (Urethra) ท่อที่นำปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะออกนอกร่างกาย และยังเป็นทางผ่านของน้ำอสุจิในเพศชายด้วย
ปัญหาสุขภาพทางเดินปัสสาวะที่พบบ่อยในผู้ชาย
ผู้ชายมีความเสี่ยงต่อปัญหาทางเดินปัสสาวะหลายอย่าง ซึ่งบางปัญหาก็มีความจำเพาะในเพศชายเป็นพิเศษ
การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection - UTI) แม้จะพบบ่อยในผู้หญิงมากกว่า แต่ผู้ชายก็สามารถติดเชื้อได้ โดยเฉพาะเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมากโต หรือมีนิ่วในทางเดินปัสสาวะ อาการ ปัสสาวะแสบขัด ปัสสาวะบ่อย กะปริบกะปรอย ปวดท้องน้อย มีไข้ หรือปัสสาวะขุ่นมีกลิ่นผิดปกติ
นิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Stones) ก้อนแข็งที่ก่อตัวขึ้นจากแร่ธาตุและเกลือในปัสสาวะ อาจเกิดได้ทั้งในไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ หรือท่อปัสสาวะ อาการ ปวดบั้นเอวอย่างรุนแรง ปวดท้องน้อย ปวดอัณฑะ ปัสสาวะเป็นเลือด คลื่นไส้ อาเจียน และปัสสาวะติดขัดหากนิ่วไปอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ
ปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก เป็นปัญหาที่พบบ่อยในผู้ชายวัยกลางคนและผู้สูงอายุ เนื่องจากต่อมลูกหมากจะใหญ่ขึ้นตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น และไปเบียดท่อปัสสาวะที่พาดผ่านกลางต่อม
ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia - BPH): ทำให้มีอาการปัสสาวะลำบาก ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะกลางคืน รู้สึกปัสสาวะไม่สุด
ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis): ทำให้เกิดอาการปวดบริเวณอุ้งเชิงกราน อัณฑะ ปวดเมื่อปัสสาวะหรือหลั่งอสุจิ
มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer): ในระยะเริ่มต้นมักไม่มีอาการ แต่เมื่อโรคดำเนินไปอาจมีอาการคล้ายต่อมลูกหมากโต หรือมีเลือดปนในปัสสาวะ
กระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกิน (Overactive Bladder - OAB) ภาวะที่กระเพาะปัสสาวะบีบตัวโดยไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะอย่างกะทันหันและรุนแรง จนอาจกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ อาการ ปวดปัสสาวะเฉียบพลันและรุนแรง ปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (ปัสสาวะเล็ด)
หย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction - ED) แม้จะดูไม่เกี่ยวโดยตรงกับระบบทางเดินปัสสาวะ แต่ปัญหาทางเดินปัสสาวะบางอย่าง เช่น ต่อมลูกหมากโต หรือโรคที่ส่งผลต่อหลอดเลือดและระบบประสาท (ซึ่งมักเป็นสาเหตุของ ED) ก็อาจเชื่อมโยงกันได้

สัญญาณเตือนที่ผู้ชายไม่ควรมองข้าม
หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย:
ปัสสาวะแสบขัด หรือเจ็บปวดขณะปัสสาวะ
ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ โดยเฉพาะตอนกลางคืน
ปัสสาวะไม่พุ่งแรง หรือต้องเบ่งปัสสาวะ
รู้สึกปัสสาวะไม่สุด หรือมีปัสสาวะหยดหลังเสร็จ
มีเลือดปนในปัสสาวะ (แม้จะเป็นเพียงเล็กน้อย)
ปัสสาวะขุ่น มีกลิ่นผิดปกติ หรือมีหนอง
ปวดท้องน้อย ปวดบั้นเอว หรือปวดบริเวณอัณฑะ
มีไข้ หนาวสั่น ร่วมกับอาการทางปัสสาวะ
การดูแลและป้องกันปัญหาสุขภาพทางเดินปัสสาวะ
การดูแลสุขภาพของระบบทางเดินปัสสาวะไม่ใช่เรื่องยาก สามารถทำได้โดย:
ดื่มน้ำให้เพียงพอ ช่วยให้ไตขับของเสียได้ดี และช่วยป้องกันการก่อตัวของนิ่ว
ไม่กลั้นปัสสาวะ ควรปัสสาวะเมื่อรู้สึกปวด เพื่อไม่ให้กระเพาะปัสสาวะต้องทำงานหนักเกินไป
รักษาสุขอนามัยที่ดี ทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศอย่างสม่ำเสมอ
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ ลดอาหารแปรรูปและโซเดียม
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น และควบคุมน้ำหนัก
จัดการความเครียด ความเครียดส่งผลต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย
งดสูบบุหรี่และลดแอลกอฮอล์ สารพิษเหล่านี้ส่งผลเสียต่อหลอดเลือดและอวัยวะต่างๆ
ตรวจสุขภาพประจำปี โดยเฉพาะผู้ชายอายุ 40-50 ปีขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองต่อมลูกหมาก
ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะอาจเป็นเรื่องน่าอึดอัดใจ แต่การปล่อยทิ้งไว้อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่รุนแรงกว่า การใส่ใจสัญญาณเตือนและปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณได้รับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข
หากคุณกำลังเผชิญกับ ปัญหาสุขภาพทางเดินปัสสาวะ หรือต้องการปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพศชาย Asy Clinic ( asyclinic ) มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำและดูแลคุณอย่างใกล้ชิด เพื่อสุขภาพที่ดีของคุณในระยะยาว
Q&A เรื่องทางเดินปัสสาวะ
Q1❓การดื่มน้ำน้อย ทำให้เกิดปัญหาทางเดินปัสสาวะจริงหรือ?
A✅ จริงครับ การดื่มน้ำน้อยทำให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดนิ่วในไต และอาจทำให้เชื้อโรคสะสมอยู่ในกระเพาะปัสสาวะได้ง่ายขึ้นครับ
Q2❓ผู้ชายมีโอกาสเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้บ่อยแค่ไหน?
A✅ ผู้ชายมีโอกาสเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบน้อยกว่าผู้หญิงมาก เนื่องจากท่อปัสสาวะยาวกว่าและมีของเหลวจากต่อมลูกหมากช่วยฆ่าเชื้อ แต่หากผู้ชายมีอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ควรได้รับการตรวจอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่ซ่อนอยู่ เช่น ต่อมลูกหมากโต หรือความผิดปกติอื่นๆ ครับ
Q3❓ ทำไมบางครั้งปัสสาวะมีฟองมากผิดปกติ?
A✅ ปัสสาวะมีฟองมากอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การดื่มน้ำน้อย ปัสสาวะเร็วและแรง หรือมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ หากมีฟองมากผิดปกติเป็นประจำร่วมกับอาการอื่นๆ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยครับ
Q4❓การออกกำลังกายช่วยลดความเสี่ยงปัญหาต่อมลูกหมากได้ไหม?
A✅ การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยให้สุขภาพโดยรวมดีขึ้น ควบคุมน้ำหนัก และลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรังต่างๆ ซึ่ง Indirectly ช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาต่อมลูกหมากและมะเร็งต่อมลูกหมากได้ครับ
Q5❓สัญญาณเตือนของปัญหาต่อมลูกหมากที่ผู้ชายควรรู้มีอะไรบ้าง?
A✅ สัญญาณเตือนที่พบบ่อยคือ การเปลี่ยนแปลงในการปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะบ่อยขึ้น โดยเฉพาะตอนกลางคืน ปัสสาวะไม่พุ่งแรง ต้องเบ่งปัสสาวะ รู้สึกปัสสาวะไม่สุด หรือมีอาการปวดแสบขัดขณะปัสสาวะ หากคุณมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยครับ
หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ หรือปัญหาสุขภาพชายอื่นๆ สามารถติดต่อ Asy men’s health ได้เสมอ เราพร้อมดูแลสุขภาพของคุณ




ความคิดเห็น