ปัญหาต่อมลูกหมากและมะเร็งต่อมลูกหมาก สิ่งที่ผู้ชายควรรู้และเฝ้าระวัง
- vip vip89
- 7 ก.ค.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 25 ส.ค.
ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะสำคัญของระบบสืบพันธุ์เพศชายที่มักถูกมองข้าม แต่ความจริงแล้ว สุขภาพของต่อมลูกหมากส่งผลต่อคุณภาพชีวิตผู้ชายอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้น ความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติก็สูงขึ้นตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นภาวะต่อมลูกหมากโต ซึ่งส่งผลต่อการปัสสาวะ และสิ่งที่ผู้ชายหลายคนกังวลมากที่สุดคือ มะเร็งต่อมลูกหมาก ซึ่งจัดเป็นมะเร็งที่พบบ่อยอันดับต้น ๆ ในเพศชายการรู้จักหน้าที่ของต่อมลูกหมาก สัญญาณเตือนความผิดปกติ ตลอดจนแนวทางการตรวจคัดกรองและรักษากับ แพทย์เฉพาะทาง ระบบสืบพันธุ์เพศชาย จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ชายทุกคนควรให้ความใส่ใจ เพื่อป้องกันและรักษาโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ต่อมลูกหมากคืออะไรและทำหน้าที่อะไร?
ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะสำคัญในระบบสืบพันธุ์เพศชาย มีขนาดประมาณลูกวอลนัท หรือลูกเกาลัด ตั้งอยู่ใต้กระเพาะปัสสาวะและล้อมรอบท่อปัสสาวะ มีหน้าที่หลักคือการสร้างและหลั่งของเหลวที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของน้ำอสุจิ ของเหลวนี้ช่วยหล่อเลี้ยงและปกป้องตัวอสุจิ ทำให้อสุจิมีความแข็งแรง เคลื่อนที่ได้ดีขึ้น และเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิ ตามข้อมูลจาก สมาคมระบบทางเดินปัสสาวะแห่งยุโรป (EAU) และ สมาคมระบบทางเดินปัสสาวะแห่งอเมริกา (AUA) พบว่า ประมาณ 50% ของผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป จะมีภาวะต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia - BPH) และอัตราการพบ มะเร็งต่อมลูกหมาก ในผู้ชายทั่วโลก อยู่ที่ประมาณ 1 ใน 8 คน ในช่วงชีวิต (Global Cancer Statistics, PubMed 2021) ด้วยเหตุนี้ ผู้ชายที่อายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก จึงควรตรวจคัดกรองกับ แพทย์เฉพาะทางระบบสืบพันธุ์เพศชาย เป็นประจำ เพื่อวางแผนเฝ้าระวังและรักษาได้ทันท่วงที
ปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมากที่ผู้ชายควรรู้
เมื่อผู้ชายมีอายุมากขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่ 40-50 ปีขึ้นไป ต่อมลูกหมากมักจะเริ่มมีปัญหา ความผิดปกติที่เกิดขึ้นหลายอย่างอาจมีอาการเริ่มต้นคล้ายคลึงกัน ทำให้บางครั้งเกิดความสับสน ผู้ชายส่วนใหญ่มักละเลยอาการ จนปัญหาลุกลามใหญ่โต และกระทบคุณภาพชีวิตอย่างมาก
จากสถิติของ American Urological Association (AUA) พบว่า กว่า 50% ของผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป มีภาวะต่อมลูกหมากโต และอัตรานี้เพิ่มขึ้นเป็น 80% เมื่ออายุ 70 ปีขึ้นไป (AUA Guidelines 2021)
ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่
1. ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia - BPH) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ชายสูงอายุ โดยต่อมลูกหมากจะมีขนาดใหญ่ขึ้นตามธรรมชาติเมื่ออายุมากขึ้น และไปเบียดท่อปัสสาวะที่พาดผ่านกลางต่อม ทำให้เกิดอาการปัสสาวะผิดปกติ
อาการของต่อมลูกหมากโต
ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน
ปัสสาวะไม่พุ่งแรง หรือปัสสาวะสะดุด
ต้องเบ่งปัสสาวะ หรือใช้เวลานานกว่าจะปัสสาวะออก
รู้สึกปัสสาวะไม่สุด หรือเหมือนมีน้ำปัสสาวะค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ
ปัสสาวะแสบขัด (อาจเกิดจากการติดเชื้อร่วมด้วย)
ปัสสาวะเล็ด หรือควบคุมการปัสสาวะได้ไม่ดี
ข้อมูลทางการแพทย์: งานวิจัยจาก Roehrborn CG, 2008 พบว่า ผู้ชายที่มีต่อมลูกหมากโตมากกว่า 30 mL จะมีโอกาสเกิดอาการปัสสาวะผิดปกติมากขึ้นถึง 2-3 เท่า เมื่อเทียบกับผู้ชายที่ต่อมลูกหมากมีขนาดปกติ
การรักษาต่อมลูกหมากโต มีตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม, การใช้ยา alpha-blocker หรือ 5-alpha-reductase inhibitor ไปจนถึงการรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น TURP หรือ REZUM Steam Therapy (EAU Guidelines 2022)
2. ต่อมลูกหมากอักเสบ (Prostatitis) เป็นการอักเสบของต่อมลูกหมาก ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย (Acute Bacterial Prostatitis) หรือไม่ติดเชื้อ (Chronic Pelvic Pain Syndrome) พบได้ในผู้ชายทุกวัย แต่ พบมากในช่วงอายุ 30-50 ปี (NIH Chronic Prostatitis Cohort Study)
อาการของต่อมลูกหมากอักเสบ
ปวดหรือไม่สบายบริเวณอุ้งเชิงกราน อัณฑะ หรืออวัยวะเพศ
ปวดเมื่อปัสสาวะหรือหลั่งอสุจิ
มีไข้ หนาวสั่น (ถ้าเป็นการติดเชื้อเฉียบพลัน)
ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะแสบขัด
การรักษาต่อมลูกหมากอักเสบ
ขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากการติดเชื้อจะใช้ยาปฏิชีวนะเป็นหลัก ส่วนชนิดที่ไม่ติดเชื้อจะใช้ยา NSAIDs, alpha-blocker และการปรับพฤติกรรม เช่น การนวดต่อมลูกหมาก, pelvic floor therapy
มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer)
มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดเป็นอันดับสองในผู้ชายทั่วโลก และเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ห้าจากโรคมะเร็งในเพศชาย (Global Cancer Statistics 2020, WHO) ในประเทศไทยเอง มะเร็งต่อมลูกหมากติดอันดับ Top 5 ของมะเร็งที่พบบ่อยในผู้ชาย โดยเฉพาะในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป (สถาบันมะเร็งแห่งชาติ) แต่ข่าวดีคือ หากตรวจพบในระยะแรก อัตราการรอดชีวิต 5 ปีสูงถึง 99% ในประเทศที่มีระบบตรวจคัดกรองที่ดี (Siegel RL et al., CA Cancer J Clin, 2022) แต่หากตรวจพบเมื่อโรคลุกลามออกนอกต่อมลูกหมากแล้ว อัตราการรอดชีวิต 5 ปีจะลดลงเหลือเพียงประมาณ 30-40% (EAU Guidelines, 2022) จึงเห็นได้ว่าการตรวจคัดกรองและติดตามสุขภาพต่อมลูกหมากอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ชายทุกคน.
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งต่อมลูกหมาก
มะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่มีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่าง โดย อายุ เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด พบว่า ประมาณ 60% ของผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากทั่วโลกมีอายุ 65 ปีขึ้นไป ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ พันธุกรรม หากมีพ่อหรือพี่ชายเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากก่อนอายุ 65 ปี ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นถึง สองเท่า เมื่อเทียบกับประชากรทั่วไป เชื้อชาติ ก็มีบทบาทสำคัญ โดยพบว่าผู้ชายเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันมีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มเชื้อชาติอื่น ๆ และมักตรวจพบในระยะลุกลามมากกว่า นอกจากนี้ อาหารและพฤติกรรมการใช้ชีวิต ก็มีผลเช่นกัน การรับประทานเนื้อแดงหรืออาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูงเป็นประจำ รวมถึง ภาวะอ้วน อาจเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก
อาการของมะเร็งต่อมลูกหมาก
ใน ระยะแรก มะเร็งต่อมลูกหมากมัก ไม่มีอาการที่ชัดเจน หรืออาจแสดงอาการคล้ายกับต่อมลูกหมากโต ทำให้หลายคนมองข้ามการตรวจวินิจฉัย อาการที่อาจพบได้ เช่น
ปัสสาวะลำบาก หรือปัสสาวะไม่พุ่งแรง
ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะตอนกลางคืน
มีเลือดปนในปัสสาวะหรือน้ำอสุจิ (พบไม่บ่อย แต่ควรระวัง)
ปวดกระดูก โดยเฉพาะบริเวณสะโพก หลัง หรือซี่โครง ซึ่งบ่งบอกว่าโรคอาจลุกลามไปที่กระดูกแล้ว
น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
📌 ข้อมูลทางสถิติที่น่าสนใจ: กว่า 80% ของผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรกไม่มีอาการ และตรวจพบจากการตรวจ PSA หรือการตรวจร่างกายโดยแพทย์ (EAU Guidelines, 2022)
สิ่งสำคัญที่ผู้ชายควรรู้คือ อาการปัสสาวะผิดปกติไม่ได้หมายถึงมะเร็งต่อมลูกหมากเสมอไป แต่อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ควรเข้ารับการประเมินจาก แพทย์เฉพาะทางระบบสืบพันธุ์เพศชาย เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม.

การตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก สิ่งที่ผู้ชายทุกคนควรรู้
เนื่องจาก มะเร็งต่อมลูกหมาก มักไม่มีอาการในระยะแรก การตรวจคัดกรองจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในผู้ชายที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง งานวิจัยพบว่า การตรวจคัดกรองสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึง 20-30% ในกลุ่มประชากรที่เข้ารับการตรวจอย่างต่อเนื่อง (European Randomized Study of Screening for Prostate Cancer, ERSPC, 2014)
วิธีการตรวจคัดกรองหลัก
การตรวจเลือดหาค่า PSA (Prostate Specific Antigen) PSA เป็นโปรตีนที่สร้างจากต่อมลูกหมาก หากมีระดับสูงกว่าปกติ อาจบ่งบอกถึงความผิดปกติ เช่น ต่อมลูกหมากโต (BPH), ต่อมลูกหมากอักเสบ หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก ผลการศึกษาพบว่า ผู้ชายที่มีค่า PSA > 4.0 ng/mL มีโอกาสตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากประมาณ 25% (American Cancer Society, 2022)
การตรวจทางทวารหนัก (Digital Rectal Exam - DRE) แพทย์จะใช้นิ้วสอดเข้าไปทางทวารหนักเพื่อตรวจขนาด รูปร่าง ความแข็ง และผิวของต่อมลูกหมาก เพื่อประเมินความผิดปกติหรือก้อนแข็งที่อาจเป็นมะเร็ง
คำแนะนำในการตรวจคัดกรอง
ผู้ชายทั่วไป ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงสูง ควรเริ่มปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น มีพ่อหรือพี่ชายที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมากก่อนอายุ 65 ปี หรือเป็นคนเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกัน ควรเริ่ม ตั้งแต่อายุ 40-45 ปี (AUA Guidelines, 2018)
ทางเลือกในการรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับระยะโรค อายุ และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย โดยทั่วไปประกอบด้วย
Active Surveillance (การเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด) สำหรับผู้ป่วยที่โรคไม่รุนแรง
การผ่าตัด (Radical Prostatectomy) ผลการศึกษาพบว่า อัตราการรอดชีวิต 10 ปี หลังการผ่าตัดอยู่ที่ ประมาณ 90% ในผู้ป่วยระยะแรก (EAU Guidelines, 2022)
การฉายแสง (Radiation Therapy)
การรักษาด้วยฮอร์โมน (Androgen Deprivation Therapy)
เคมีบำบัด (Chemotherapy) สำหรับผู้ป่วยระยะแพร่กระจาย
ข้อเท็จจริงทางสถิติ ในผู้ชายไทย มะเร็งต่อมลูกหมากพบมากเป็นอันดับ 4 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น (Globocan, 2020) สิ่งสำคัญคือ การตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสมสามารถช่วยตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้มีโอกาสรักษาหายขาดได้สูง ผู้ชายทุกคนควรปรึกษา แพทย์เฉพาะทางระบบสืบพันธุ์เพศชาย เพื่อวางแผนดูแลสุขภาพต่อมลูกหมากอย่างเหมาะสม.

สิ่งที่ผู้ชายควรทำเพื่อสุขภาพต่อมลูกหมากที่ดี
หมั่นสังเกตอาการผิดปกติของระบบปัสสาวะ หากมีอาการปัสสาวะผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์
ตรวจสุขภาพประจำปี และปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเหมาะสมในการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก
รักษาสุขภาพโดยรวม รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดไขมัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ และงดสูบบุหรี่
ลดความเครียด การจัดการความเครียดที่ดีส่งผลดีต่อสุขภาพโดยรวม
ปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมากเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม การใส่ใจและเฝ้าระวังอาการที่ผิดปกติ จะช่วยให้คุณสามารถดูแลสุขภาพของต่อมลูกหมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากพบสิ่งผิดปกติ ก็จะสามารถเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด Asy Clinic ( asyclinic ) เรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเพศชายและระบบทางเดินปัสสาวะ พร้อมให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และดูแลปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมากของคุณอย่างครบวงจร เพื่อสุขภาพที่ดีและความมั่นใจในชีวิต
Q&A เรื่องมะเร็งต่อมลูกหมาก
Q1❓ต่อมลูกหมากโตจะกลายเป็นมะเร็งได้ไหม?
A ✅ ต่อมลูกหมากโต (BPH) เป็นภาวะที่ไม่ใช่มะเร็ง และไม่ได้พัฒนาไปเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากโดยตรงครับ แต่การที่ต่อมลูกหมากโตและมะเร็งต่อมลูกหมากมีอาการเริ่มต้นที่คล้ายกัน ทำให้ต้องมีการตรวจวินิจฉัยแยกแยะโดยแพทย์ครับ
Q2❓การมีเพศสัมพันธ์บ่อยๆ ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากจริงหรือ?
A✅ มีงานวิจัยบางชิ้นที่ชี้ให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างการหลั่งอสุจิบ่อยๆ กับความเสี่ยงที่ลดลงของมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ยังไม่เป็นข้อสรุปที่แน่ชัดครับ อย่างไรก็ตาม การรักษาสุขภาพโดยรวมและตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่สุดครับ
Q3❓ค่า PSA สูง หมายถึงเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากเสมอไปหรือไม่?
A✅ ไม่เสมอไปครับ ค่า PSA ที่สูงขึ้นอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ต่อมลูกหมากโต ต่อมลูกหมากอักเสบ หรือหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ แต่ค่า PSA ที่สูงก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าควรมีการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงครับ
Q4❓ผู้ชายควรเริ่มตรวจต่อมลูกหมากเมื่ออายุเท่าไหร่?
A✅ โดยทั่วไป สำหรับผู้ชายที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง ควรเริ่มปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากเมื่ออายุ 50 ปีครับ แต่หากมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก ควรเริ่มปรึกษาตั้งแต่อายุ 40-45 ปี หรือตามคำแนะนำของแพทย์ครับ
Q5❓มะเร็งต่อมลูกหมากรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
A✅ ได้ครับ หากตรวจพบในระยะเริ่มต้นและยังไม่มีการแพร่กระจาย โอกาสที่จะรักษาให้หายขาดมีสูงมาก การตรวจคัดกรองเป็นประจำจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
หากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาต่อมลูกหมาก หรือปัญหาสุขภาพเพศชายอื่นๆ สามารถติดต่อ Asy men’s health ได้เสมอ เราพร้อมดูแลสุขภาพของคุณ




ความคิดเห็น