การนอนไม่พอกับปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ:
- Sirirat Nakdang
- 19 เม.ย.
- ยาว 1 นาที
อัปเดตเมื่อ 16 ก.ค.
การนอนไม่พอกับปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศ: นอนไม่พอส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศอย่างไร?

ผู้ชายหลายคนอาจมองว่าอาการ “นอนไม่พอ” เป็นเพียงแค่ความเหนื่อยล้าหรือแค่ง่วงในระหว่างวัน แต่ในความเป็นจริง การนอนหลับที่ไม่เพียงพอส่งผลกระทบลึกไปถึงระบบฮอร์โมน ระบบประสาท และสุขภาพทางเพศโดยตรง หนึ่งในผลกระทบสำคัญที่หลายคนไม่คาดคิด คือ ภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งอาจเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ อย่างการนอนหลับไม่พอสะสมต่อเนื่อง การนอนไม่พอทำให้ระดับฮอร์โมนเพศชายลดลง ระบบประสาทที่ควบคุมการตอบสนองทางเพศทำงานผิดปกติ และการแข็งตัวตามธรรมชาติตอนเช้าก็อาจลดลงอย่างเห็นได้ชัด หากคุณเคยสังเกตว่าตัวเองเริ่มมีปัญหาทางเพศโดยไม่ทราบสาเหตุ อาจถึงเวลาที่ต้องหันกลับมามองพฤติกรรมการนอนของตัวเองให้จริงจังขึ้น
นอนไม่พอ = เทสโทสเตอโรนลดลง
ฮอร์โมนเพศชาย “เทสโทสเตอโรน” เป็นฮอร์โมนหลักที่ควบคุมความต้องการทางเพศ (libido) รวมถึงมีบทบาทต่อการแข็งตัว
งานวิจัยพบว่าผู้ชายที่นอนหลับแค่ 5 ชั่วโมงต่อคืน เป็นเวลา 1 สัปดาห์ มีระดับเทสโทสเตอโรนลดลงถึง 10–15% เมื่อเทียบกับช่วงที่ได้นอนเพียงพอ (Source: University of Chicago Medical Center, 2011. Journal of the American Medical Association - JAMA)
นอนไม่พอกระทบระบบประสาทและการตอบสนองทางเพศ
การนอนหลับมีบทบาทต่อการรีเซ็ตระบบประสาทอัตโนมัติซึ่งควบคุมการไหลเวียนเลือดไปยังอวัยวะเพศ การตื่นตัว และการหลั่งเมื่อระบบประสาททำงานผิดปกติจากการนอนไม่พอ จึงทำให้เกิดอาการแข็งตัวไม่เต็มที่ หรือแข็งตัวไม่ต่อเนื่อง
งานวิจัยในปี 2016 รายงานว่า ผู้ที่มีปัญหาการนอนเรื้อรัง มีความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติสูงขึ้นกว่า 25% ซึ่งสัมพันธ์กับการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Source: Kalmbach DA et al., Sleep Health, 2016)
Morning Erection หายไป = สัญญาณเตือน
การแข็งตัวโดยไม่รู้สึกตัวในช่วงเช้ามืด (morning erection) คือสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติระหว่างการนอนช่วง REM sleepREM (Rapid Eye Movement) คือช่วงที่สมองยังทำงานในระดับหนึ่ง ร่างกายมีการตอบสนองทางเพศโดยไม่รู้ตัว ซึ่งรวมถึงการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายหากคุณภาพการนอนไม่ดี เช่น หลับไม่ลึก ตื่นบ่อย หรือมีการสะดุ้งตื่นกลางดึก จะทำให้ช่วง REM sleep สั้นลงหรือหายไปโดยสิ้นเชิงเมื่อไม่มี REM sleep → การแข็งตัวตามธรรมชาติตอนเช้าก็ลดลงหรือหายไปนั่นอาจเป็น “สัญญาณเริ่มต้น” ว่าระบบสมรรถภาพทางเพศของคุณเริ่มมีปัญหาแล้ว
งานวิจัยพบว่า ผู้ที่มีการขาด REM sleep ติดต่อกัน 3 คืนขึ้นไป มีความถี่ของการแข็งตัวตอนกลางคืนลดลงถึง 60% (Source: Fisher et al., Archives of Sexual Behavior, 1983)
วงจรอันตราย: นอนไม่พอ > เครียด > หย่อนสมรรถภาพทางเพศ > เครียดกว่าเดิม
การนอนไม่พอยังส่งผลให้ ความเครียด และ ความวิตกกังวล เพิ่มขึ้น ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศและเมื่อเกิดภาวะนี้… ก็อาจทำให้เกิดความเครียดมากขึ้น กลายเป็นวงจรที่ยากจะแก้ไข หากไม่เริ่มต้นจากพฤติกรรมพื้นฐานอย่าง “การนอนให้พอ”
ความเครียดที่เกิดจากการนอนไม่พอ ทำให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น และส่งผลให้มีปัญหาในการแข็งตัวถึง 40% (Source: Andersen ML et al., Brain Research, 2007)
แล้วนอนแค่ไหนถึงจะพอดี?
แนะนำให้ผู้ชายวัยทำงาน นอนอย่างน้อย 7–8 ชั่วโมงต่อคืน
ควรหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอน 1–2 ชั่วโมง
ถ้ารู้สึกว่าหลับยาก หลับไม่ลึก หรือตื่นกลางดึกบ่อย ควรปรึกษาแพทย์
American Academy of Sleep Medicine แนะนำให้ ผู้ใหญ่ควรนอนอย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อคืน (Source: AASM, 2015)
สรุป
การนอนหลับไม่เพียงพอ ไม่ใช่แค่เรื่องของความง่วงแต่มันส่งผลโดยตรงต่อระดับฮอร์โมน การไหลเวียนเลือด และความสามารถในการแข็งตัวของอวัยวะเพศชายหากคุณเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ตอบสนองทางเพศเหมือนเดิม อย่ามองข้ามเรื่อง “การนอน”
บทความโดย หมอโป้ง นพ.สิริรัฐ นาคแดง ว. 55466
แพทย์เฉพาะทางทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์เพศชาย




ความคิดเห็น